Flag EnglandFlag Thailand
แท็ก:เทรนด์ HR และข้อมูลน่ารู้เคล็ดลับและแนวทางปฏิบัติงาน HR

วางแผนการเงินหลังได้โบนัส

bonus


ช่วงปลายปีและต้นปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่หลายคนรอคอยเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่ได้รับโบนัสประจำปี ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนที่ 13 หรือโบนัสจากผลงาน สำหรับพนักงานหลายคนนี่อาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดในรอบปี การวางแผนใช้เงินโบนัสอย่างชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว


ทำไมต้องวางแผนการเงินหลังได้โบนัส?

หลายคนรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นเงินโบนัสเข้าบัญชี และมักจะใช้จ่ายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้คิดไตร่ตรอง สถิติแสดงให้เห็นว่าประมาณ 60% ของคนที่ได้รับโบนัสจะใช้เงินหมดภายใน 2-3 เดือน โดยส่วนใหญ่ใช้ไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้วางแผนไว้

การวางแผนที่ดีจะช่วยให้คุณ:

  • ใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  • สร้างความมั่นคงทางการเงิน

  • บรรลุเป้าหมายทางการเงินเร็วขึ้น

  • ลดความเครียดเรื่องเงิน


กฎ 50/30/20 สำหรับเงินโบนัส

หลักการพื้นฐานที่แนะนำสำหรับการจัดสรรเงินโบนัส คือ:

50% - ความจำเป็นและความมั่นคง

  • ชำระหนี้

  • สร้างเงินสำรอง

  • ประกันภัย

30% - เป้าหมายระยะยาวและการลงทุน

  • เงินออม

  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กรณีสมัครใจเพิ่ม)

  • การลงทุนต่างๆ

20% - รางวัลให้ตัวเอง

  • ท่องเที่ยว

  • ซื้อของที่ต้องการ

  • ทำกิจกรรมที่ชอบ

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนี้สามารถปรับได้ตามสถานการณ์ของแต่ละคน


ขั้นตอนการวางแผนการเงินหลังได้โบนัส

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณเงินโบนัสที่ได้รับจริง

ก่อนวางแผน ต้องรู้จำนวนเงินที่ได้รับจริงหลังหักภาษี

สูตรคำนวณภาษีโบนัส: โบนัสจัดเป็นเงินได้พึงประเมิน ต้องนำมารวมกับเงินเดือนประจำปีแล้วคำนวณภาษี อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีดังนี้:

  • 0-150,000 บาท: ยกเว้นภาษี

  • 150,001-300,000 บาท: 5%

  • 300,001-500,000 บาท: 10%

  • 500,001-750,000 บาท: 15%

  • 750,001-1,000,000 บาท: 20%

  • เกิน 1,000,000 บาท: 25-35%


ตัวอย่าง: ได้โบนัส 100,000 บาท หักภาษีและประกันสังคม (ถ้ามี) อาจเหลือประมาณ 85,000-90,000 บาท ใช้ตัวเลขนี้ในการวางแผน


ขั้นตอนที่ 2: ประเมินสถานะการเงินปัจจุบัน

ตรวจสอบ:

  • มีหนี้อะไรบ้าง และดอกเบี้ยเท่าไร?

  • มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอหรือไม่?

  • ประกันภัยครอบคลุมเพียงพอหรือไม่?

  • มีเป้าหมายทางการเงินอะไรบ้าง?


ขั้นตอนที่ 3: จัดลำดับความสำคัญ

bonus


ลำดับความสำคัญในการใช้เงินโบนัส

ลำดับที่ 1: ชำระหนี้ดอกเบี้ยสูง (ความสำคัญสูงสุด)

หนี้ที่ควรเร่งชำระก่อน:

หนี้บัตรเครดิต

  • ดอกเบี้ย 15-18% ต่อปี

  • ชำระขั้นต่ำทุกเดือนแล้วใช้โบนัสปิดยอดคงค้าง

  • ประหยัดค่าดอกเบี้ยได้มาก

หนี้นอกระบบ

  • ดอกเบี้ยสูงมาก อาจเกิน 20% ต่อปี

  • เร่งปิดโดยเร็วเพื่อลดภาระ

สินเชื่อส่วนบุคคล

  • ดอกเบี้ย 10-18% ต่อปี

  • พิจารณาชำระบางส่วนเพื่อลดต้นเงิน

ตัวอย่าง: หนี้บัตรเครดิต 50,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ต่อปี

  • ถ้าผ่อนขั้นต่ำ 1,500 บาท/เดือน จะใช้เวลา 4 ปีกว่า และเสียดอกเบี้ยรวม 22,000 บาท

  • ถ้าใช้โบนัสปิดเลย ประหยัดดอกเบี้ย 22,000 บาท!


ลำดับที่ 2: สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน

เป้าหมาย: มีเงินสำรอง 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำเดือน

วิธีคำนวณ:

  • ค่าใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาท

  • เป้าหมายเงินสำรอง = 20,000 x 6 = 120,000 บาท


เก็บเงินสำรองไว้ที่ไหน?

  • บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

  • กองทุน Money Market

  • บัญชีเงินฝากประจำระยะสั้น (3-6 เดือน)


เลือกช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน แต่ไม่ง่ายจนใจอ่อนหยิบใช้

ลำดับที่ 3: เพิ่มการลงทุนระยะยาว

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กรณีสมัครใจ)

  • ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000 บาท/ปี

  • บริษัทจ่ายสมทบให้เพิ่ม

  • เงินงอกเงยระยะยาว

กองทุนรวม (Mutual Fund)

  • กองทุนผสม: เสี่ยงปานกลาง เหมาะกับมือใหม่

  • กองทุนหุ้น: เสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง เหมาะกับระยะยาว

  • กองทุน RMF/SSF: ลดหย่อนภาษีได้

หุ้น

  • ศึกษาพื้นฐานก่อนลงทุน

  • เริ่มต้นด้วยจำนวนเงินที่เสียแล้วไม่กระทบชีวิต

  • กระจายความเสี่ยง

เคล็ดลับ: ถ้ามีเงินลงทุนในกองทุน RMF หรือ SSF จะได้ลดหย่อนภาษีเพิ่ม ช่วยประหยัดภาษีได้มาก


ลำดับที่ 4: ประกันภัยและความคุ้มครอง

ตรวจสอบความคุ้มครอง:

ประกันชีวิต

  • วงเงินคุ้มครองเพียงพอหรือไม่?

  • แนะนำ 5-10 เท่าของรายได้ประจำปี

ประกันสุขภาพ

  • ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลเพียงพอหรือไม่?

  • มีโรคร้ายแรงหรือไม่?

ประกันอุบัติเหตุ

  • คุ้มครองเพียงพอสำหรับความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน

ใช้โบนัสซื้อประกันเพิ่มหรือต่ออายุกรมธรรม์ที่กำลังจะหมดอายุ


ลำดับที่ 5: เป้าหมายระยะกลาง (1-5 ปี)

ตัวอย่างเป้าหมาย:

  • เงินดาวน์บ้าน/คอนโด

  • ซื้อรถยนต์

  • แต่งงาน

  • เรียนต่อ

  • เปิดธุรกิจ


แยกเงินส่วนนี้ไว้ในบัญชีหรือการลงทุนที่เสี่ยงต่ำ เช่น:

  • เงินฝากประจำ

  • พันธบัตรรัฐบาล

  • กองทุนตราสารหนี้


ลำดับที่ 6: รางวัลให้ตัวเอง (20%)

หลังจากจัดการเรื่องสำคัญเสร็จแล้ว อย่าลืมให้รางวัลตัวเอง เพราะนี่คือผลลัพธ์จากการทำงานหนักตลอดปี

ไอเดียการใช้เงิน:

  • เที่ยวพักผ่อน

  • ซื้อของที่อยากได้มานาน

  • อัพเกรดของใช้ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต

  • ทานอาหารดีๆ กับคนที่รัก

  • ซื้อคอร์สเรียนพัฒนาตัวเอง


credit-card


ตัวอย่างการวางแผนเงินโบนัส 100,000 บาท

สถานการณ์: พนักงานวัย 30 ปี มีหนี้บัตรเครดิต 30,000 บาท เงินสำรอง 40,000 บาท

การจัดสรร:

  1. ชำระหนี้บัตรเครดิต: 30,000 บาท (30%)

  2. เพิ่มเงินสำรองให้ครบ 6 เดือน: 30,000 บาท (30%)

  3. ลงทุนกองทุน RMF: 20,000 บาท (20%)

  4. ประกันสุขภาพเพิ่มเติม: 10,000 บาท (10%)

  5. รางวัลตัวเอง (เที่ยว): 10,000 บาท (10%)


ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

1. ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทันที

อย่าเพิ่งรีบใช้เงิน ใคร่ครวญอย่างน้อย 2-3 วันก่อนตัดสินใจ

 2. ไม่จัดลำดับความสำคัญ

อย่าซื้อของที่อยากได้ก่อนชำระหนี้ เพราะจะเสียดอกเบี้ยเพิ่ม

3. ลงทุนโดยไม่ศึกษา

อย่าลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ ระวังการหลอกลวง

4. ไม่มีแผนสำรอง

วางแผนสำหรับทุกสถานการณ์ รวมถึงกรณีไม่ได้โบนัสในปีหน้า

5. ลืมเรื่องภาษี

จำไว้ว่าโบนัสเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี วางแผนภาษีล่วงหน้า


เครื่องมือช่วยวางแผนการเงิน

แอปพลิเคชัน:

  • แอปบันทึกรายรับ-รายจ่าย

  • แอปติดตามการลงทุน

  • แอป Debt Payoff Calculator


สรุป

เงินโบนัสคือโอกาสทองในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน อย่าให้มันผ่านไปเปล่าๆ จำไว้ว่าการวางแผนที่ดีเริ่มต้นจาก:

  1. คำนวณเงินที่ได้จริง

  2. จัดลำดับความสำคัญ: หนี้ > เงินสำรอง > ลงทุน > รางวัล

  3. ปฏิบัติตามแผนอย่างมีวินัย

  4. ติดตามและปรับแผนเป็นระยะ

งินโบนัสปีนี้อาจเป็นก้าวแรกสู่เป้าหมายทางการเงินที่คุณใฝ่ฝัน เริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้!

ByteHR เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความเรียบง่าย บริการลูกค้าที่ดี และการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ติดต่อ ByteHR วันนี้เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องระบบจัดการสัญญาจ้างงานดิจิทัลและโซลูชัน HR ที่จะช่วยยกระดับการจัดการทรัพยากรบุคคลของคุณสู่ยุคดิจิทัล

อยากติดตามบทความความรู้เกี่ยวกับภาษี เคล็ดลับต่างๆ สำหรับพนักงานและผู้ประกอบการ รวมทั้งเรื่องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ที่ ByteHR หรือถ้าคุณอยากเริ่มใช้โปรแกรม HR แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มยังไงดี หรือฟังก์ชันต่างๆ จะตอบโจทย์บริษัทคุณมั้ย ลองปรึกษา ByteHR ฟรีได้ที่ 02 026 3297 หรือส่งอีเมลมาที่ sales@byte-hr.com



Sea Chonthicha
เกี่ยวกับผู้เขียน
ซีมีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลายกว่า 9 ปี ในด้านทรัพยากรบุคคล การสรรหาบุคลากร และการตลาดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ปัจจุบันเธอกำลังสร้างประสบการณ์การทำงาน ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในภาคธุรกิจการบริการ โดยใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของเธอในการขับเคลื่อนกลยุทธ์นวัตกรรมทางการตลาด