Flag EnglandFlag Thailand
เกี่ยวกับเราแพ็คเกจบทความ
แท็ก:เทรนด์ HR และข้อมูลน่ารู้ข่าวสารและกฎหมายแรงงาน

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ผู้ประกันตนพุ่งสูงขึ้น 330% บอกอะไรกับนายจ้างไทย?

employer


ตัวเลขหนึ่งที่โดดเด่นจากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ว่าใครชนะ แต่คือจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 330% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2566 ประมาณ 680,000 คนออกมาลงคะแนนในครั้งนี้ ในขณะที่การเลือกตั้งครั้งก่อนมีผู้ใช้สิทธิเพียงราว 156,000 คน

สิ่งนี้บอกอะไร? มันบอกว่าพนักงานไทยในปี 2569 ไม่ได้มองเงินสมทบประกันสังคมเป็นแค่รายการหักที่ปรากฏในสลิปเงินเดือนทุกเดือนอีกต่อไป แต่เริ่มมองว่ามันคือสิทธิที่ตนเองควรมีส่วนกำหนดทิศทาง ความตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการรณรงค์ที่เข้มแข็งและการสื่อสารนโยบายที่ตรงใจผู้ประกันตนจำนวนมาก และไม่ว่าจะมองจากมุมไหน สัญญาณนี้ส่งผลกระทบที่นายจ้างและ HR ทุกองค์กรควรเตรียมรับมือ

​

ทำความเข้าใจก่อนว่าบอร์ดประกันสังคมคืออะไร

ก่อนจะพูดถึงผลกระทบต่อนายจ้าง ต้องเข้าใจก่อนว่าบอร์ดที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งมานี้มีอำนาจอะไรบ้าง

บอร์ดประกันสังคมมีสมาชิกทั้งสิ้น 21 คน แบ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ 7 คน ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน โดยมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน และดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี บอร์ดชุดนี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายการลงทุนของกองทุน กำกับดูแลการบริหารเงิน และมีส่วนในการพิจารณาปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้ประกันตนได้รับ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการรักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีว่างงาน หรือเงินบำนาญชราภาพ

การที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้ากวาดชัยทั้ง 14 ที่นั่งที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งฝั่งนายจ้างและผู้ประกันตน ทำให้ทิศทางนโยบายในอีก 2 ปีข้างหน้ามีความชัดเจนมากกว่าเดิม และแม้ว่านโยบายที่จะเกิดขึ้นจริงต้องรอการพิจารณาอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่ทีมนี้หาเสียงไว้ให้ภาพที่ค่อนข้างชัดเจนพอที่นายจ้างและ HR จะเริ่มวางแผนรับมือได้แล้วตั้งแต่วันนี้


เมื่อพนักงานรู้สิทธิมากขึ้น นายจ้างต้องระวังอะไร?

การที่ผู้ประกันตนสนใจกองทุนประกันสังคมมากขึ้นหมายความว่าพวกเขาจะเริ่มตรวจสอบเรื่องที่เคยปล่อยผ่านมาก่อน คำถามที่ HR อาจได้รับบ่อยขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้มีหลายเรื่อง

พนักงานจะเริ่มถามว่าบริษัทส่งเงินสมทบประกันสังคมของตนครบถ้วนและตรงเวลาหรือไม่ อัตราที่หักจากเงินเดือนถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า และสิทธิต่างๆ ที่ตนเองควรได้รับนั้นมีอะไรบ้าง คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความถี่และความจริงจังในการถามจะเพิ่มขึ้นเมื่อพนักงานตระหนักว่ากองทุนนี้มีมูลค่ามหาศาลและกระทบชีวิตของพวกเขาโดยตรง

สำหรับนายจ้างที่ยังมีข้อผิดพลาดในการนำส่งเงินสมทบ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณฐานเงินเดือนผิด การนำส่งล่าช้า หรือการไม่ขึ้นทะเบียนพนักงานใหม่ทันกำหนด ความตื่นตัวของพนักงานในครั้งนี้ทำให้ความเสี่ยงของปัญหาเหล่านั้นสูงขึ้นกว่าเดิม เพราะพนักงานที่รู้สิทธิมากขึ้นมีแนวโน้มที่จะตรวจสอบและร้องเรียนมากขึ้นตามไปด้วย

ในอุตสาหกรรมที่มีอัตราการลาออกสูงอย่างโรงแรม ร้านอาหาร และโรงงาน พนักงานที่ออกจากงานไปแล้วก็อาจกลับมาตรวจสอบประวัติการนำส่งเงินสมทบของตนเองในภายหลัง ซึ่งหากพบความผิดปกติก็สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานประกันสังคมได้โดยตรง ความเสี่ยงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับพนักงานปัจจุบัน


Employer


นโยบายที่ทีมก้าวหน้าประกาศไว้ นายจ้างควรเตรียมรับมืออย่างไร?

แม้ผลการเลือกตั้งยังเป็นแบบไม่เป็นทางการและนโยบายที่จะเกิดขึ้นจริงต้องรอการพิจารณาของบอร์ดชุดใหม่ แต่สิ่งที่ทีมก้าวหน้าหาเสียงไว้ให้ภาพที่ค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางที่อาจเกิดขึ้น

  • การปรับปรุงระบบบำนาญชราภาพ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ปัจจุบันเงินบำนาญที่ผู้ประกันตนได้รับหลังเกษียณยังถูกมองว่าต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น หากมีการปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบเพื่อรองรับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น นายจ้างจะต้องปรับงบประมาณด้านบุคลากรให้สอดคล้องกัน การวางแผนล่วงหน้าจึงสำคัญกว่าการรอให้มีประกาศแล้วค่อยปรับ

  • การเพิ่มสิทธิด้านสุขภาพรวมถึงทันตกรรม ที่พนักงานจำนวนมากเรียกร้องมานานเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่หลายคนจับตามอง หากเกิดขึ้นจริงจะช่วยลดภาระของนายจ้างในบางองค์กรที่ต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพเพิ่มเติมให้พนักงานอยู่แล้ว แต่ก็อาจมาพร้อมกับต้นทุนเงินสมทบที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งนายจ้างต้องพิจารณาผลกระทบสุทธิต่อต้นทุนบุคลากรโดยรวม

  • ความโปร่งใสในการบริหารกองทุน เป็นอีกประเด็นที่ทีมก้าวหน้าให้ความสำคัญ รวมถึงการผลักดันให้กองทุนลงทุนในธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลดีและไม่ใช่ธุรกิจผูกขาด หากนำมาปฏิบัติจริงจะทำให้นายจ้างและพนักงานเห็นข้อมูลการลงทุนของกองทุนได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นให้ทุกฝ่ายสนใจเรื่องประกันสังคมมากกว่าที่ผ่านมา

  • การเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวมีสิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ทีมก้าวหน้าพูดถึง สำหรับนายจ้างในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก อย่างโรงงาน ก่อสร้าง และเกษตรกรรม เรื่องนี้อาจมีนัยสำคัญในระยะยาวต่อการบริหารแรงงานและสิทธิที่แรงงานกลุ่มนี้จะได้รับ


ระบบ Payroll ที่ดีคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน

เมื่อนโยบายประกันสังคมอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง องค์กรที่มีระบบ Payroll ที่แม่นยำและอัปเดตได้รวดเร็วจะได้เปรียบอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่มีการปรับอัตราเงินสมทบหรือเงื่อนไขใหม่ ระบบที่ดีจะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงนั้นในรอบ Payroll ถัดไปได้ทันที โดยไม่ต้องให้ HR มานั่งแก้ไขสูตรด้วยมือหรือรอให้เกิดข้อผิดพลาดก่อน

ในทางกลับกัน องค์กรที่ยังจัดการประกันสังคมด้วย Spreadsheet หรือระบบที่ต้องอัปเดตด้วยมือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง มีความเสี่ยงที่จะคำนวณผิด นำส่งช้า หรือพลาดการปรับอัตราใหม่ ซึ่งในยุคที่พนักงานตื่นตัวและตรวจสอบสิทธิของตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ ความเสี่ยงเหล่านี้มีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าเดิมทั้งในแง่กฎหมายและความไว้วางใจของพนักงาน


employee


Checklist สำหรับ HR ตรวจสอบความพร้อมด้านประกันสังคมวันนี้

ในระหว่างที่รอความชัดเจนของนโยบายบอร์ดชุดใหม่ นี่คือสิ่งที่ HR ควรตรวจสอบทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศอย่างเป็นทางการก่อน

เริ่มจากตรวจสอบว่าพนักงานทุกคนถูกขึ้นทะเบียนประกันสังคมครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงพนักงานใหม่ที่เพิ่งเริ่มงานในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพราะการขึ้นทะเบียนล่าช้าเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและแก้ไขย้อนหลังได้ยากที่สุด

ตรวจสอบอัตราเงินสมทบที่ใช้คำนวณในระบบ Payroll ว่าถูกต้องตามอัตราปัจจุบัน และฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณนั้นตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบประวัติการนำส่งเงินสมทบย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือนว่าตรงเวลาและครบถ้วนโดยไม่มีรายการค้างหรือผิดพลาด

สำหรับองค์กรที่มีแรงงานต่างด้าว ควรตรวจสอบด้วยว่าแรงงานกลุ่มนี้ได้รับการดูแลด้านประกันสังคมถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มักถูกมองข้ามและอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต

หากพบข้อผิดพลาดใดๆ ควรดำเนินการแก้ไขและนำส่งย้อนหลังให้ถูกต้องก่อนที่ความตื่นตัวของพนักงานจะนำไปสู่การร้องเรียนในช่องทางที่เป็นทางการ เพราะการแก้ไขเชิงรุกมีต้นทุนน้อยกว่าการแก้ปัญหาหลังถูกร้องเรียนอย่างเทียบกันไม่ได้


สรุป

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ทางการเมืองแรงงานที่จะผ่านไปแล้วก็ลืม แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่าพนักงานไทยกำลังสนใจสิทธิของตนเองในเชิงลึกมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่ผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 330% ในครั้งเดียวบอกว่าความตื่นตัวนี้ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

นายจ้างและ HR ที่เตรียมพร้อมด้วยระบบ Payroll ที่ถูกต้อง โปร่งใส และปรับได้รวดเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย จะอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ทั้งในแง่ของความสัมพันธ์กับพนักงาน ความพร้อมด้านกฎหมาย และความยืดหยุ่นในการปรับต้นทุนบุคลากร

ByteHR พร้อมช่วยให้องค์กรของคุณจัดการเงินสมทบประกันสังคมได้อย่างถูกต้องและอัปเดตตามกฎหมายอยู่เสมอ ไม่ว่านโยบายจะเปลี่ยนอย่างไรในอนาคต

ลองปรึกษา ByteHR ฟรีได้ที่ 02 026 3297 หรือส่งอีเมลมาที่ sales@byte-hr.com


Sea Chonthicha
เกี่ยวกับผู้เขียน
ซีมีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลายกว่า 9 ปี ในด้านทรัพยากรบุคคล การสรรหาบุคลากร และการตลาดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ปัจจุบันเธอกำลังสร้างประสบการณ์การทำงาน ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในภาคธุรกิจการบริการ โดยใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของเธอในการขับเคลื่อนกลยุทธ์นวัตกรรมทางการตลาด